วันอาทิตย์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559

1.1.1. ข้อมูลทั่วไป

1.1.1. ข้อมูลทั่วไป      
ชื่อประเทศ           ไทย 
เมืองหลวง            กรุงเทพมหานคร  มีชื่อเต็มว่า 
                            "กรุงเทพมหานคร  อมรรัตนโกสินทร์  มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีรมย์                                อุดมราชนิเวศน์มหาสถานอมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์"
                               เป็นเมืองหลวงที่มีชื่อยาวที่สุดในโลก                                                                                                          พื้นที่  513,120 ตารางกิโลเมตร
                                 มีพื้นดิน 510,890 ตารางกิโลเมตร
                                 มีพื้นน้ำ  2,230  ตารางกิโลเมตร
                                 มีเนื้อที่มากเป็นอันดับ 51 ของโลก
เขตแดน                    ทางทิศตะวันออกติดประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทิศใต้ติดประเทศมาเลเซีย                                    ทิศตะวันตกติดประเทศเมียนมาร์ และทิศเหนือติดกับประเทศเมียนมาร์ และ                                              ประเทศลาว
ประชากร                    66.4 ล้านคน
วันชาติ                       วันที่ 5 ธันวาคม (เริ่มใช้ตั้งแต่ พ.ศ.2503)
ภาษาราชการ             ภาษาไทย
ระบบการปกครอง      ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข   
ธงชาติ                       เป็นธงไตรรงค์มีสามสี 
                                  สีแดง หมายถึง ชาติ
                                  สีขาว  หมายถึง ศาสนา
                                  สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์                                                                           ดอกไม้ประจำชาติ     ดอกราชพฤกษ์ หรือ ดอกคูน ออกในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม เมื่อบานเต็ม                                   ที่แล้วก็ผลัดใบออกจนหมด
วันที่สมาชิกอาเชียน        8 สิงหาคม 2510                                                                                                 สกุลเงินตรา                                 บาท                                                                                                       อัตราแลกเปลี่ยน                      1 ดอลล่าห์สหรัฐ ≈ 31-34 บาท                                                               ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ       365.6 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ (2555)                                               รายได้ประชาชาติต่อหัว                       9,618 ดอลล่าร์สหรัฐ (2555)                                                     การขยายตัวทางเศรษฐกิจ                   ร้อยละ 6.4 (2555)                                                                                                                 กมลธรรม เลขที่18

1.1.2ลักษณะทางภูมิศาสตร์

1.1.2ลักษณะทางภูมิศาสตร์

ลักษณะทางภูมิประเทศ
     ประเทศไทยตั้งอยู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บริเวณพื้นที่ที่เรียกว่า "คาบสมุทรอินโดจีน"ซึ่งหมายถึงดินแดนที่เชื่อมระหว่างกลางของสองดินแดนใหญ่คือ อินเดียทางตะวันตกและจีนทางตะวันออก
ประเทศไทยอยู่ริมทวีปโดยติดทะเลถึงสองด้านคือ ด้านอ่าวไทยเเละด้านทะเลอันดามัน และถ้าพิจารณาเกี่ยวกับทะเลที่ตั้งของประเทศไทยจะพบว่าประเทศไทยตั้งอยู่วงล้อของเกือกม้า รูปร่างของประเทศไทยมีลักษณะคล้ายภาพสามภาพคือ เป็นกระบวยตักน้ำ รูปขวสนดบราณและรูปหัวช้างมีงวงทอดลงไปในใต้ทะเล

ลักษณะภูมิอากาศ
     แบ่งเป็น 3 ฤดู คือ1.ฤดูร้อน 2.ฤดูฝน 3.ฤดูหนาว แต่ภาคใต้มีอากาศร้อนชื้นจึงมีแค่2ฤดู คือ ฤดูร้อนกับฤดูฝน

นันทวุฒิ เลขที่ 6

1.1.3. ประวัติศาสตร์

1.1.3. ประวัติศาสตร์
     ชาติไทยเป็นชาติที่เก่าแก่มีวัฒนธรรมและอารยธรรมของตัวเองกว่าแปดร้อยปีตั้งแต่กรุงสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์โดยเฉพาะในระหว่างพุทธศตวรรษที่ 24 และ 25 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 4 และ 5 เอเชียตอนใต้ตกเป็นเมืองขึ้นของชาติตะวันตกเกือบทั้งหมดมีประเทศไทย ที่ดำรงความเป็นเอกราชมาได้เนื่องด้วยพระปรีชา สามารถในการดำเนินวิเทโศบายด้านการเมืองและการต่างประเทศของ พระมหากษัตริย์ไทย โดยทรงเจริญสัมพันธไมตรีและดำเนินการด้านการค้าและสัญญาต่างๆกับประเทศมหาอำนาจตะวันตกซึ่งบางครั้งต้อง ยอมสูญเสียดินแดนของประเทศบางส่วน เพื่อรักษาไว้ ซึ่งเอกราชของชาติ “คณะราษฎร”ได้ทำการ ปฏิวัติเพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 และนับตั้งแต่หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง จากระบอบบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย ประเทศไทย จึงมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง 19 รัฐบาล มีการยุบสภา 13 ครั้งและ รัฐบาลจากการทำ รัฐประหารถึง 13 ครั้ง

1.1.4. ลักษณะประชากร

1.1.4. ลักษณะประชากร
     
      ลักษณะสังคมมีความหลากหลายทางวัฒนธรรม เกิดการ แต่งงานข้ามชนเผ่าและชนชาติปัจจุบันจำ นวนประชากรไทยถ้าจำแนก โดยเชื้อชาติแล้วเป็น ไทย ร้อยละ 75 จีน ร้อยละ 14 อื่นๆ ร้อยละ 11 ส่วนอื่นๆ นี้ยังมีชาวไทยมุสลิม และชนเผ่า 24 ชนเผ่าพื้นเมือง และจำแนกโดยศาสนาได้ดังนี้  ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ร้อยละ95 ศาสนาอิสลามร้อยละ4 ศาสนา คริสต์และศาสนาอื่นๆ ร้อยละ 1

1.1.5 ข้อมูลเศรษฐกิจ

1.1.5 ข้อมูลเศรษฐกิจ

   ประเทศไทยเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นเเหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีพื้นที่ติดทะเลทั้งผั่งอ่าวไทยที่เชื่อมกับมหาสมุทรแปซิฟิก และด้านตะวันตกติดกับสมุทรอินเดีย มีท่าอากาศยานดอนเมือง สุวรรณภูมิ เชียงใหม่ ภูเก็ต หาดใหญ่ ฯลฯ ที่รับรองนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติปีละหลายล้านคน ในปี พ.ศ. 2555 มีอัตรารายได้รวมในประเทศ(GDP)365.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มีรายได้รวมตัวหัวประชากร 9,618 ดอลลาร์สหรัฐ มีการขยายตัวของเศรษฐกิจ ร้อยละ 6.4 มีอัตราเงินเฟ้อ 3.0 มีอัตราการว่างงาน ร้อยละ 0.7 เเละมีจำนวนแรงงาน 39.41 ล้านคน
สินค้าที่สำคัญ
     เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ก๊าซธรรมชาติ วงจรไฟฟ้า เครื่องจักไฟฟ้า สินเเร่โลหะ น้ำมันสำเร็จรูป ยานพาหนะ อัญมณี เงินเเท่งและทองคำ
สินค้าส่งออก น้ำมันสำเร็จรูป ยางพารา เครื่องจักรกลเเละส่วนประกอบ รวมทั้งสินค้าด้านการเกษตร เช่น ข้าว กุ้ง เเละไก่ ฯลฯ


น.ส.อมรรัตน์ เลขที่ 35

1.1.6 ข้อมูลการเมืองการปกครอง


ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ การเมืองการปกครองของไทย
1.1.6 ข้อมูลการเมืองการปกครอง
                  ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบบการปกครองแบบระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข  ในปีพ.ศ.2475 มีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศมาทั้งสิ้น18ฉบับ และในปัจจุบันรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย(ฉบับชั่วคราว)พ.ศ.2557
                 ประเทศไทยมีการปกครองแบบรัฐเดียวที่ไม่สามารถแยกได้ และมีการแบ่งอำนาจออกเป็น3ส่วนคือ
1.อำนาจบริหาร คือ       เป็นอำนาจในการนำกฎหมายไปบังคับใช้หรือบริหารประเทศ ซึ่งเป็นหน้าที่ของ                                        นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีในการใช้อำนาจนี้
2.อำนาจตุลาการ คือ    อำนาจทางกฎหมายที่ใช้ตัดสินคดีความต่างๆ ศาลที่มีอำนาจแบ่งเป็น3ระดับ                                          คือ  ศาลชั้นต้น  ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา
3.อำนาจนิติบัญญัติ คือ อำนาจในการออกกฎหมายและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล
การจัดโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน แบ่งเป็น3ส่วน ดังนี้
1.การบริหารราชการส่วนกลาง ประกอบด้วย สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง
2.การบริหารราชการส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย จังหวัด และอำเภอ
3.การบริหารส่วนจังหวัด ประกอบด้วย องค์กรการบริหารส่วนจังหวัด องค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาล
   น.ส.สิริมาวัลย์   เลขที่ 19

1.1.7 ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม

1.1.7 ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม
          สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความหลากหลายด้านวัฒนธรรม ชาติพันธุ์ ศาสนา แต่สามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จนเป็นสังคมที่มีลักษณะรักอิสระ ยึดมั่นในศาสนา พระมหากษัตริย์ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม มีเอกลักษณะเฉพาะตัว ยอมรับในระบบอาวุโสและระบบอุปถัมภ์ ชอบการประนีประนอม ไม่นิยมความรุนแรง และใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย ในปัจจุบันได้รับอิทธิพลการเปลี่ยนแปลงในโลกโลกาภิวัฒน์ เทคโนโลยีมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว การคมนาคมสะดวกสบาย และมีการเปลี่ยนแปลงค่านิยมในการบริโภค ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวิถีการดำเนินชีวติบางอย่างทั้งในเมืองหลวงและชนบท
           สังคมไทยยังคงรักษาสังคมแบบเครือญาติเคารพผู้ที่รักและนับถือ รวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในสังคมชนบทที่ร่วมใจกันทำบุญ ตามเทศกาลเช่น การทำ บุญวันสงกรานต์เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วการนำของขวัญและนํ้าอบไปรดนํ้าขอพรจากบิดามารดา และญาติผู้ใหญ่ เป็นการฝึกฝนคนให้มีความกตัญญูการทำบุญวันเข้าพรรษา การทอดกฐิน ฯลฯ ล้วนแต่เป็นการกล่อมเกลาจิตใจให้มีความ เสียสละเพื่อส่วนรวม มีความสามัคคี

                                        
 น.ส.สิริมาวัลย์ เลขที่19

1.1.8โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค

1.1.8โครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภค

    ประเทศไทยมีภูมิรัฐศาสตร์ที่ดี ประเทศไทยมีที่ตั้งอยู่เกือบกลางภูมิภาคแถบนี้ จึงทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางบกระหว่างประเทศ
ระบบการคมนาคมแยกเป็นการคมนาคมทางบก ทางเรือและทางอากาศ
การคมนาคมทางบกแยกอกเป็นสองส่วนคือ

การเดินทางโดนถนน ในปัจจุบันประเทศไทยมีโครงข่ายถนนยาวมากกว่า 390,026 กิโลเมตรเป็นโครงข่ายของทางหลวงแห่งชาติซึ่งเชื่อมต่อภูมิภาคเข้าด้วยกัน

การเดินทางโดยทางรถไฟ มีระบบทางเดียว 3,763 กิโลเมตร มีระบบทางคู่ขนานและทางสาม 280 กิโลเมตร และยังได้เปิดเส้นทางรถไฟฟ้าจำ นวน 1 เส้นทาง ระยะทาง 28.6 กิโลเมตร

การคมนาคมทางนํ้า ปัจจุบันไทยมีท่าเรือที่เปิดใช้งานอยู่ 8 แห่ง และมีท่าเรือส่วนบุคคล อีก4แห่ง ที่ได้รับอนุญาตให้จัดการสินค้าในตู้สินค้าเช่น ท่าเรือภูเก็ต ท่าเรือสงขลา

การคมนาคมทางอากาศ ท่าอากาศยานพาณิชย์ของไทยในปัจจุบันมีทั้งหมด35แห่ง ประกอบ ด้วย ท่าอากาศยานระหว่างประเทศ 6 แห่ง และท่าอากาศยานภายใน ประเทศ 29 แห่ง

ระบบสาธารณูปโภค ปี2555 ประเทศไทยมีครัวเรือนที่มีนํ้าประปา ใช้แล้ว18.5ล้านครัวเรือน หรือร้อยละ82ส่วนพลังงานไฟฟ้าในปี2554 22 ภาคครัวเรือนมีความต้องการเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 3.97 ด้านการสื่อสาร ปี2555 ประเทศไทยมีผู้ใช้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ประมาณ 6.4 ล้านเลขหมาย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 77.6 ล้านเลขหมาย มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตประมาณ 13.8 ล้านคน

1.1.9 ระบบสาธารณสุข

 1.1.9 ระบบสาธารณสุข

     ประเทศไทยได้กำหนดให้ดูเเลสุขภาพของประชาชนให้ทั่วถึงซึ้งบัญญัติในรัฐธรรมนูญใน 2550 ที่กำหนดให้เป็นสิทธิพื้นฐานของประชาชน ในการดำเนินการจัดทำระบบบริการสุขภาพตั้งเเต่ระดับจังหวัด อำเภอ เเละตำบล ส่วนจังหวัดใหญ่ๆ จะมีโรงพยาบาลที่ทันสมัยเเละมีความชำนาญเฉพาะทาง เช่น โรคหัวใจ โรคผิวหนัง โรคจิตประสาท เป็นต้น ในระบบของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน (อสม.) จึงมีผลทำ ให้สามารถสร้างงานด้านส่งเสริมสุขภาพ ด้านการรักษาพยาบาลตั้งแต่มีระบบประกันสุขภาพ ทำ ให้ประชาชน ได้รับหลักประกันเมื่อเจ็บป่วยครอบคลุมประชากรทั่วประเทศ ซึ่ง ประเทศไทย ได้แบ่งกลุ่มการประกันสุขภาพเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มข้าราชการ 2) กลุ่มผู้ใช้แรงงาน และ 3) กลุ่มประชาชนทั่วไป


น.ส อมรรัตน์ เลขที่35

1.1.10. ระบบการศึกษา

1.1.10. ระบบการศึกษา

             ระบบการศึกษาไทยปัจจุบันตามที่ได้กำ หนดไว้ในพระราชบัญญัติการ ศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 มีการ จัดระบบการศึกษาชั้นประถมศึกษา 6 ปี (6 ระดับชั้น) การศึกษาชั้น มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี (3 ระดับชั้น) และการศึกษาชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย 3 ปี (3 ระดับชั้น) หรือระบบ 6-3-3 และในมาตรา 15 ตาม พ.ร.บ. สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้ 3 รูปแบบ ที่จัดให้มีระบบเทียบโอนผลการเรียนกันได้ คือ
 (1)การศึกษาในระบบเป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการ ศึกษาหลักสูตรระยะเวลาของการศึกษาการวัดและการประเมินผล เงื่อนไขของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน
 (2) การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนด จุดมุ่งหมายรูปแบบวิธีการจัดการศึกษา เงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสมสอดคล้อง กับสภาพปัญหาและความต้องการของบุคคลแต่ละกลุ่ม
 (3) การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วย ตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ และโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์
            การศึกษาภาคบังคับจำ นวน เก้าปีโดยให้เด็กซึ่งมีอายุ7 ปีเข้าเรียนในสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจนถึง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรืออายุ16 ปี
           การศึกษาไทยในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยปกติใช้เวลา เรียนสามปีแบ่งเป็นสองประเภท
1) ประเภทสามัญศึกษาเป็นการจัดการศึกษาเพื่อเป็นพื้นฐานในการ ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา
 2) ประเภทอาชีวศึกษา เป็นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาความรู้และ ทักษะในการประกอบอาชีพ หรือศึกษาต่อในระดับอาชีพชั้นสูง
นอกจากนี้ยังมีการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่จัดแบ่งเป็นสองระดับ คือ ระดับตํ่ากว่าปริญญาและระดับปริญญาการใช้คำว่า“อุดมศึกษา”แทน คำว่า “การศึกษาระดับมหาวิทยาลัย” ก็เพื่อจะให้ครอบคลุมการศึกษา ในระดับประกาศนียบัตรหรืออนุปริญญา

1.1.11 ระบบกฎหมาย


             1.1.11 ระบบกฎหมาย                                                                                                            ประวัติศาสตร์กฎหมายไทยเริ่มต้นเมื่อประเทศสยามได้มีการปฏิรูป  ประเทศในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์และ ปรับปรุงระบบกฎหมายให้ทันสมัยโดยอาศัยแบบอย่างจากตะวันตกโดย เฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน ใหม่ ตั้งกระทรวงยุติธรรม ตั้งโรงเรียนกฎหมาย และ จัดให้มีการร่าง ประมวลกฎหมายขึ้น ตามระบบกฎหมายของประเทศทางภาคพื้นยุโรป ที่เรียกว่าระบบกฎหมายแบบลายลักษณ์อักษร(CivilLaw)ซึ่งมีตัวอย่าง เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ประมวลกฎหมายอาญาฯลฯ ที่ ใช้ในปัจจุบัน นับเป็นการพัฒนาระบบกฎหมายของไทยให้ทันสมัยไปอีก ก้าวหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันในประเทศไทยก็ยังมีการใช้กฎหมายระบบ กฎหมายแบบจารีตประเพณี(Common Law) ใช้ควบคู่ไปด้วยกัน                                                                                                                                                                                                   น.ส.กมลธรรม เลขที่ 18                                                                                                                                                                                             


1.1.12 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประชาคมอาเซียน

1.1.12 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประชาคมอาเซียน

    ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญเป็นหนึ่งในห้าของสมาชิกอาเซียนฯและยังคงมีบทบาท ในอาเซียนอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยไทยมีบทบาทในหลายด้าน เช่น
  -เรื่องกฎบัตรอาเซียน ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการจัดทำ กฎบัตรอาเซียน โดยได้ผลักดันประเด็นต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาคม อาเซียนระหว่างการยกร่างจนปรากฎอยู่ในกฎบัตรอาเซียน เช่น
1. การจัดตั้งองค์กรสิทธิมนุษยชนของอาเซียน
2. การให้อำ นาจเลขาธิการอาเซียนติดตามและรายงานการปฏิบัติ ตามความตกลงของรัฐสมาชิก
3. การจัดตั้งกลไกสำ หรับการระงับข้อพิพาทต่างๆ ระหว่าง ประเทศสมาชิก
4. การระบุให้ผู้นำ เป็นผู้ตัดสินว่าจะดำ เนินการอย่างไรต่อรัฐ ผู้ละเมิดพันธกรณีตามกฎบัตรอย่างร้ายแรง 5. การเปิดช่องให้ใช้วิธีการอื่นในการตัดสินใจ หากไม่มีฉันทามติ
6.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการปรึกษาระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อแก้ไขปัญหาที่กระทบผลประโยชน์
7. การเพิ่มบทบาทของประธานอาเซียน เพื่อให้อาเซียนสามารถตอบ สนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที
8. การเปิดช่องทางให้อาเซียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับองค์กร ภาคประชาสังคมมากขึ้น
9.ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
   - กฎบัตรอาเซียนได้เริ่มมีผลใช้บังคับแล้วตั้งแต่วันที่15ธันวาคม2551 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศไทยได้เข้าดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน และที่ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่14 ที่ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
   - เรื่องความมั่นคง ประเทศไทยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วม สนับสนุนให้มีการประกาศปฏิญญากำ หนดให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้เป็นเขตแห่งสันติภาพ เสรีภาพ และความเป็นกลาง
   - เรื่องเศรษฐกิจ ไทยร่วมจัดตั้งกองทุนเพื่อการพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐานในภูมิภาคอาเซียน
   - นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีบทบาทใรการจัดตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียนจัดตั้งศูนย์การทำ งานที่จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยและมีส่วนผลักดันมติสำคัญอย่างการจัดทำวิสัยทัศน์อาเซียน
                       นันทวุฒิ เลขที่ 6

วันอาทิตย์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2559

ข้อมูลและสารสนเทศ

1.ข้อมูลคือ
 ข้อเท็จจริงที่ทำให้รู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ต่างๆข้อมูลอาจเป็น ตัวอักษร ตัวเลขหรือภาพ ข้อมูลคือข้อเท็จจริงที่ยังไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

2.สารสนเทศคือ
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ เกิดจากการคำนวณ วิเคราะห์และแปลความหมายเป็นข้อความที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

3.ความแตกต่างระหว่างข้อมูลและสารสนเทศคือ
 สารสนเทศ เป็นข้อมูลที่ผ่านการประมวลมาแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบใดๆก็ตาม แต่ ข้อมูล เป็นข้อมูลที่ยังไม่ได้ผ่านการประมวล หรือคำนวณใดๆ